
พระพุทธวิถีนายก หรือหลวงปู่บุญ ขนฺธโชติ (3 กรกฎาคม พ.ศ. 2391 — 4 เมษายน พ.ศ. 2478) เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดกลางบางแก้ว วัตถุมงคลของท่านที่นับว่าขึ้นชื่อที่สุดคือ เหรียญเจ้าสัว พระผงยาวาสนา จินดามณี และเบี้ยแก้ที่มีคุณวิเศษทั้งรักษาโรค และ เมตตามหานิยม และแก้เหตุร้ายให้กลายเป็นดี
ข้อมูลประวัติ หลวงปู่บุญ ขันธโชติ วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม
- เกิด : วันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม 2391 ณ ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน สมุทรสาคร เป็นบุตรของ นายเส็ง นางลิ้ม เป็นบุตรคนโตในจำนวน 6 คน
- บรรพชา : อายุ 15 ปี ณ วัดคงคาราม (วัดกลางบางแก้ว)
- อุปสมบท : อายุ 22 ปี ตรงกับวันที่ 21 มิถุนายน 2412 ณ วัดกลางบางแก้ว
- มรณภาพ : 8 เมษายน 2478
- สิริอายุ : 87 ปี 56 พรรษา
เหตุแห่งมีนามว่า "บุญ"
เมื่อวัยทารก ท่านมีอาการป่วยหนักถึงแก่สลบไป และไม่หายใจในที่สุด บิดามารดาและญาติ เมื่อเห็นว่า ท่านตายเสียแล้วจึงจัดแจงจะเอาท่านไปฝัง แต่ปรากฏว่ายังไม่ทันที่จะได้ฝัง ท่านก็กลับฟื้นขึ้นมา บิดามารดา ได้ถือเอาเหตุนี้ตั้งชื่อให้แก่ท่านว่า "บุญ"
ประวัติ
พระพุทธวิถีนายก มีนามเดิมว่าบุญ เกิดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2391 ตรงกับปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ตำบลท่าไม้ อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เป็นบุตรชายคนโตในจำนวนที่น้อง 6 คนของนายเส็งและนางลิ้ม เมื่อบิดาถึงแก่กรรม ป้าของท่านได้นำมาฝากให้อยู่กับพระปลัดทอง วัดคงคาราม (วัดกลางบางแก้ว) อำเภอนครชัยศรี เมื่อมีอายุ 15 ปีจึงบรรพชาเป็นสามเณร และได้อุปสมบท ณ พัทธสีมาเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2412 โดยมีพระปลัดปาน วัดตุ๊กตา เป็นพระอุปัชฌาย์ พระปลัดทอง วัดกลางบางแก้ว พระอธิการทรัพย์ วัดงิ้วราย และพระเกจิอาจารย์อีก 2 ท่าน และได้รับฉายาทางธรรมว่า ขนฺธโชติ
การศึกษาทางปริยัติและปฏิบัติ
หลวงปู่บุญได้รับการวางพื้นฐานในทางธรรมมาอย่างดีแล้ว ตั้งแต่เป็นเด็กวัดและสามเณร ซึ่งช่วงระยะเวลาดังกล่าวประมาณ 5-6 ปี ที่ได้อยู่ปรนนิบัติรับใช้พระปลัดทอง จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า พื้นฐานในทางธรรมของท่านถูกถ่ายทอดมาโดยพระปลัดทองทั้งสิ้น อาจารย์อีกรูปหนึ่งของท่านก็คือ พระปลัดปาน เจ้าอาวาส วัดตุ๊กตา ซึ่งจากปากคำของพระครูธรรมวิจารณ์ (ชุ่ม) เจ้าอาวาสวัดศรีสุดาราม (วัดชีปะขาว) บางกอกน้อย เคยกล่าวไว้ว่า หลวงปู่บุญได้เล่าเรียนกรรมฐานและอาคมกับท่านปลัดปาน อันที่จริงนั้นอาจารย์ที่ถ่ายทอดวิชาความรู้ทางธรรม ทั้งปริยัติและปฏิบัติตลอดจนพระเวท และพุทธาคมให้แก่ท่านยังมีอีกหลายรูป แต่จะกล่าวถึงในถัดไป
ตำแหน่งทางคณะสงฆ์
- พ.ศ. 2433 เป็นเจ้าคณะหมวด
- 27 สิงหาคม พ.ศ. 2459 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์
- 30 ธันวาคม พ.ศ. 2459 ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็นพระครูอุตรการบดี เจ้าคณะแขวงจังหวัดนครปฐม
- 30 ธันวาคม พ.ศ. 2462 ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็นพระครูพุทธวิถีนายก เจ้าคณะรองจังหวัดนครปฐม
- 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2471 ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่ พระพุทธวิถีนายก ประธานกรรมการคณะจังหวัดนครปฐมและจังหวัดสุพรรณบุรี
หลวงปู่บุญเริ่มสร้างวัตถุมงคลภายหลังจากเป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่ปี พ.ศ. 2429 จนมรณภาพเมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2478 ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร
พระเครื่องวัตถุมงคลหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว
เกี่ยวกับวัตถุมงคลและ พระพิมพ์พระเครื่อง หลวงปู่บุญท่านสร้างพระเครื่องรางของขลังขึ้นหลายอย่าง และการสร้างสมัยของท่านนั้น มิได้สร้างเพื่อเรียกร้องเงินทองแต่อย่างใด ท่านแจกให้แก่ชาวบ้านญาติโยมไปฟรีๆ เฉพาะผู้ที่อยากจะได้ ในการสร้างพระเครื่องรางและวัตถุมงคลครั้งแรก หรือยุคแรกของท่านนั้น มีหลักฐานบันทึกไว้ในสมัยนั้นว่ามีเพียง พระยาหอม ที่เรียกในสมัยนี้ว่า พระผงยาจินดามณี และ เบี้ยแก้ ทั้งสองอย่างนี้ได้สร้างชื่อเสียงของท่านให้โดดเด่น และโด่งดังขึ้นมาตามลำดับ
พระเครื่องรางของขลังหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้วยุคหลังรุ่นแรกๆ รวมทั้งที่ได้พบในกรุพระของท่าน ซึ่งบรรจุใส่ไว้ใน 22 บาตร ในมณฑปที่คนร้ายลักลอบเข้ามาขโมยขุด มักจะสร้างด้วยเนื้อนวโลหะ เนื้อว่าน เนื้อว่านผสมรักดำ และพระเนื้อดินเผาหลวงปู่บุญ เท่าที่มีผู้ค้นคว้าไว้แล้ว โดยเฉพาะที่โดดเด่นและโด่งดังตั้งแต่ในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นั้น เนื้อนวโลหะก็มี พระช่อชัยวัฒน์หลวงปู่บุญ ทรงชะลูด พระช่อชัยวัฒน์ทรงป้อม (ภาษาใช้ในสมัยนั้น) พระช่อชัยวัฒน์ บัวคว่ำบัวหงาย และ เหรียญรูปเหมือนหลวงปู่บุญ
พระเนื้อว่านหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว ซึ่งจะมีส่วนเนื้อว่านก็มี พระนั่งสมาธิเพชร, พระนั่งสมาธิเพชร ทรงโค้ง, พระนั่งสมาธิเพชร ทรงสามเหลี่ยม นอกจากนี้ยังมีพระเนื้อว่านผสมรักดำ ได้แก่ พระหลวงปู่บุญเศียรโล้นสะดุ้งกลับ, พระหลวงปู่บุญ พิมพ์ปรกโพธิ์ใหญ่-เล็ก, พระหลวงปู่บุญ พิมพ์นาคปรกเล็ก และพระหลวงปู่บุญ ซุ้มเรือนแก้ว
พระเครื่องเนื้อดินเผาหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว นอกจากนี้ก็ยังมี พระเนื้อดินเผา ได้แก่ พระหลวงปู่บุญ พิมพ์เศียรโล้นสะดุ้งกลับ, พระหลวงปู่บุญพิมพ์บัวใหญ่-เล็ก, พระหลวงปู่บุญ ปางนาคปรก และยังมีอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก ก็คงต้องค่อยศึกษากันไป
พระผงยาวาสนาจินดามณี วัดกลางบางแก้ว สำหรับ พระยาหอม หรือ พระผงยาจินดามณี บ้างก็เรียกว่า พระผงยาวาสนา หลวงปู่บุญ นั้น มีผู้อ้างว่าตำราดังกล่าว (จากวัดกลางบางแก้ว) ตำราเล่มนี้ตกทอดมาอยู่ที่อดีตเจ้าอาวาสวัดกลางบางแก้ว แล้วมาถึงยุคหลวงปู่บุญ แถมยังมีการถ่ายทอดไปถึง หลวงปู่เพิ่ม และพระอาจารย์ใบ ตามลำดับ แต่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดก็คือพระผงยาจินดามณีของหลวงปู่บุญ
ตามประวัติอัตโนของท่านกล่าวอีกว่า หลวงปู่บุญ ท่านมิได้สร้างพระผงยาจินดามณีโดยตรง แต่มีลูกศิษย์ไปช่วยปั้นเม็ดยาวาสนากันหลายคน ลูกศิษย์บางคนได้ทดลองเอาเนื้อยานั้นกดในพิมพ์พระที่ทำขึ้นเอง จากนั้นก็นำเอาไปให้หลวงปู่บุญ ปลุกเสกพร้อมกับเม็ดยาวาสนา เสร็จแล้วนำไปแจกญาติมิตรบ้าง ใช้เองบ้างและได้ผลว่าเป็นเลิศในทางเมตตามหานิยมเป็นอย่างที่สุด เป็นยอดในด้านแคล้วคลาด อีกทั้งยังมีอำนาจส่งเสริมดวงชะตาให้เจริญรุ่งเรืองอย่างชนิดที่ไม่มีวันตกอับ จึงนับว่าเป็นวาสนาแก่ผู้ครอบครองโดยแท้ ด้วยเหตุนี้ พระผงยาจินดามณี จึงกลายเป็นพระยอดนิยมของหลวงปู่บุญอีกประเภทหนึ่ง ในทัศนะของผู้เขียน ศิลปะ หรือพุทธศิลป์พิมพ์พระผงยาจินดามณี อยู่ในระดับสูง ฟังหูไว้หูก็แล้วกัน ไม่ว่าผงยาวาสนาของหลวงปู่บุญจะประสิทธิผลสัมฤทธิ์หรือไม่ ใครได้มาครอบครองก็ไม่มีวันขาดทุนเพราะศิลปะจัดเหลือเกิน จึงมีค่าแก่การสะสมอย่างไม่มีเงื่อนไข




